เคยบ้างไหม...นั่งเสียใจกับเรื่องบางเรื่องที่ผ่านพ้นไปนานเเล้ว
เเต่เราก็ไม่เคยที่จะลืมมันได้เลย
เคยบ้างไหม...ที่ในใจมีเรื่องค้างคาอยู่จนไม่อาจเป้นสึขได้
จนกว่าได้ปล่อยระบายมันออกมา
เคยบ้างไหม...ที่อยากจะกลับไปเเก้ไขตวามผิดพลาดในอดีตครั้งนั้น
เพราะตอลดเวลาที่ป่านมามันเป็นเหมือนตราบาปที่อยู่ในใจตลอดเวลา
เคยบ้างไหม...ที่อยากจะกลับไปเจอใครบางคนที่ตอนนี้ไม่รู้ว่าเขาอยู่ที่ไหน
อยากบอกความรู้สึกที่มีต่อเขา...ว่ามันเป็นอย่างไร...
อยากแก้ตัวใหม่ที่ทำตัวไม่ดีจนเขาทนไม่ได้และ...จากไป
อยากเป็นคนรักที่ดี อยากพูดดีๆ อยากทำอะไรดีๆให้ตั้งมากมาย
และกระซิบบอกเขาว่ารักมากเเค่ไหนจนกว่าเขาจะพอใจ
"บ่อยครั้งที่กว่าคนเราจะรู้ใจตัวเอง ก็ต่อเมื่อสูญเสียสิ่งมีค่านั้นไปเเล้ว"
และเมื่อจะเรียกร้องให้มันกลับคืนมาหรืออยากจะแก้ไขให้ดีขึ้น
มันก็ไม่มีทางเป็นไปได้อีกเเล้ว ไม่ว่าเรื่องอะไรหากเราหลงลืมมันไว้ข้างหลัง
ละทิ้ง คนดีๆ สิ่งดีๆ ละเลยสิ่งจำเป้ฯที่ควรต้องทำ ณ ขณะนั้น
.....ไม่นานสิ่งเหล่านั้นก็จะจากเราไป.....
และ ไม่หันหลังกลับมาอีกเลย
เวลาทะเลาะกันก็ไม่รู้จักให้อภัย
เวลารักกันก็ไม่รุ้จักให้ ไม่รู้จักเอาใจใส่กัน
เวลามีเรื่องอะไร นิดอะไรหน่อยก็ทำให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต
เวลาไม่เข้าใจกันก็ทำเหมือนไม่ใยดี
ไม่สนใจ ไม่ขอคืนดี ...ปล่อยทุกอย่างเลยตามเลย
จนทำลายความรู้สึกดีๆที่มีให้กัน
เวลาอยู่ด้วยกันก็ไม่เคยแสดงออก ถึงความรู้สึกที่ตัวเองมี
เก็บมันไว้กลัวว่าจะเสียฟอร์ม
หรือบางครั้งก็เขินอายที่จะพูดออกไป
กลายความรู้สึกค้างคาด้วยกันทั้ง2ฝ่าย
จนในที่สุดเมื่อใครบางคนทนอึดอัดไม่ไหวก็ต้องโบกมือลาจากกัน
คำว่า เสียดาย จึงไม่มีความหมายเลย สำหรับวันวาน
ชนิประทับใจหนังสือเล่มนี้มาก...
ทุกตัวอักษรเวลากวาดสายตามองเเละทำความเข้าใจกับทุกคำทำให้เราสะอึก..
ไม่สะอึกอย่างเดียว น้ำตาก็ไหลพรากๆ โธ่ ชนิตาผู้น่าสงสาร ทำไมไม่เจอ
หนังสือเล่มนี้ เสียก่อนนะ ....
ตอนนี้ชนิทำตามคำขอของเค้าว่า..อย่าลืมเขานะ...
ถึงเเม้นะตอนนั้นจะตอบคำไปว่า ตอบไม่ได้ก็ตาม
เพราะชั้นนี้จำเเม่นสะด้วยสิ เห้อออ
เนื้อหาข้างบนตอบความในใจชนิได้ทุกอย่างจิง เก่งมากเลยคะคนเขียนคนนี้
มีอารมณ์มานั่งเขียน เพราะวันนี้เป็นวันเกิดเขาคะ เเละวันนี้ก็ว่างพอดีสะด้วย
ยังเจ็บปวดอยู่หน่อยๆ เพราะวันนี้ชั้นเคยร้องไห้เอาเป็นเอาตายเหมือนกัน
เเต่ชั้นก็ส่งเมทเสทไปหาเค้าเเล้ว....เมื่อคืนนี้ เเค่นี้ก็มีความสุขเเล้วคะ
ตอนนี้ชั้นต้องป้องกันตัวเองสักหน่อย ชาตินี้คงไม่เจอกันจนกว่าชั้นจะทำใจได้
เพราะตอนนี้ผ่านมา5เดือนเข้าสู่เดือนที่ 6 ชั้นก็ เริ่มมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
เเต่เริ่มมีความคิดทำประโยชน์ให้ตัวเองบ้างเเล้วละคะ
และชั้นพบว่าตัวเองเซนซิทีฟมาก เเละคิดมากๆ เข้าขั้นโรคซึมเศร้าเลยละ ชั้นเพิ่งรู้ตัวจิงๆ
ก็รู้เเค่ว่าตัวเซนซิทีฟ เเต่ไม่เคยนึกฝันว่า เรื่องแบบนี้ทำชั้นมองโรคในเเง่ร้านกับตัวเองได้ขนาดนั้น
เพราะก่อนหน้านี้ที่ชั้นบอกเลิกเค้า ชั้นไม่มีทีทาให้เพื่อนเห็นว่าชั้นเศร้าเเม้เเต่น้อย
ชั้นเศร้าคะ เสียใจสิคะ แต่ตอนนั้นอารมณ์ทั้งรักทั้งเกลียดมันขึ้นสมอง
จนคิดได้ง่ายๆว่าไม่รู้จะเสียใจให้คนๆคนนี้ทำไมกันนะ นั้นเเหละคะคือต้นเหตุของปัญหานี้
และกว่าจะลากตัวเองกลับมาให้มีสติไม่เอาเเต่ร้องไห้ก็ยากเหลือเกิน ชั้นจะไม่ให้เค้าทำลาย
ด้วยความเย็นชาของเค้าเเล้วละ...
ตอนนี้ สติ กลับมาคืนชีพกะชีวิตอีกครั้ง
สิ่งเเวดล้อมรอบข้างมันบ่งบอกว่า เรากำลังเติบโตขึ้นทุกขณะ
ทั้งการเรียนที่สูงขึ้น การฝึกงาน หน้าที่รับผิดชอบต่างๆ
ความสามารถที่ ณ วันนี้ ชั้นสามารถทำมันได้มากกว่าตอนวัยเด็ก
การลองทำทุกอย่างจากประสบการณ์จะเริ่มเป็นบทเรียนที่ต้องท่องจำเอาไว้ให้เเม่น
เเละตอนนี้... เราเปลี่ยนจาก..ความผิดหวัง.. เป็นคำว่า..บทเรียน..เรียบร้อยเเล้วละค่ะ
มันดูดีกว่ากันมากเลย เพราะบทเรียนมันคือสอนให้เรารู้มากขึ้นในทุกๆครั้งที่ได้ผ่านมันมา
เเต่ ความผิดหวัง มันคือตัวบั่นทอนจิตใจให้ตกต่ำ
บทเรียนความรักหน้าใหม่นี้ มันทำให้เราเปลี่ยนมาอยู่กะตัวเอง
ค่อยๆพิจารณาตัวเองไปทุกส่วน ทั้งอารมณ์ พฤติกรรม ความนึกคิด
ทำให้เรามีโอกาส ทำอะไรได้ด้วยตัวเอง
ทำให้เรามานึกถึงความเป้นตัวเองอีกครั้ง
สวรรค์อาจส่งเขามาให้เตือนสติชั้นก็ได้ ถึงจะเเรงไปหน่อย
แต่ก็เป้นบทเรียนราคาเเพงที่ไมได้จบเเบบหยาบคายเหมือนคนอื่นทั่วไป
แค่นี้ก็ต้องขอบคุณเขามากเเล้วละ
การอยู่กะตัวเองได้ค้นพบอะไรหลายอย่างมาก
ชั้นพบว่า ความฝันชั้นยังอยู่กะตัว มันกลับมาให้ระลึกอีกครั้ง
มันหายไปนานมากหลังจากชั้นเอาความคิดทั้งสมองของชั้นไปคิดเรื่องเก่าๆ
ร้องไห้จนตาโปน เเละลืมมันทิ้งเอาไว้..
เเละในตอนนี้ มันกลับมาหาชั้น มากลับมาบอกว่า ชั้นอยากไปญี่ปุ่นนะ ชั้นอยากมีหน้าที่
การงานที่ดีเรื่องพ่อเเม่ได้ ทำไมทำตัวไร้สาระขนาดนี้น่ะ ชนิตา
ตอนนี้ชั้นกำลังตามความฝันชั้นอยู่เรื่อยๆ ถึงจะค่อยไปค่อยไป เเต่สักวันคงถึง
การกระทำนี้มันเริ่มนำพาความภาคภูมิใจมาให้ชั้นเเล้วละคะ
ชั้นเริ่ม หารายได้เข้าบ้านได้ ชั้นทำเว็บไซต์เพื่อให้การค้าที่บ้านดีมากขึ้นเรื่อย
เเล้วมันก็ดีขึ้นจิงๆคะ ชั้นอดถามพ่อของชั้นไม่ได้ทุกวันว่าวันนี้ขายดีไม๊
เเอคเคาน์คนที่เข้ามาชมเริ่มขึ้นเรื่อง 1 คนก็ทำให้ชั้นภูมิใจขึ้น 1 ครั้ง เเต่ตอนนี้
มัน 4 พันกว่าคนเเล้ว ชั้นยิ่งยิ้มปากกว้างมากกว่าเดิมอีกคะ
สิ่งที่ชั้นทำต่อมา คือเริ่มไปเรียนติวภาษาญี่ปุ่นอีกครั้ง ไปด้วยซวยคะมันเริ่มกระเตื้องกว่าระดับเดิม
เป้าหมายของชั้นอยู่ที่ปลายปีชั้นจะทำให้ได้ กับ วัดระดับ 3 อย่างน้อยโชคชะตาไม่เลวร้ายเกินไป
ชั้นก็มีเพื่อนที่ชื่อ ว่า มีน คอยหนุนเรื่องด้านนี้อยู่เนืองๆ
ความภูมิใจต่อมาคงหนีไม่พ้นเรื่องเรียน ตอนนี้ ชั้นเรียนอยู่ 2ที่ ก็หนักเอาการ
ชั้นเรียนทั้ง มเกษตรเเละที่รามฯ เกรดออกมาก็ยิ้มได้อีกเเล้ว
ที่เกษตร 3.31 ไม่มากหรอกคะ เเต่ชั้นภูมิใจที่สามารถขยันเรียนได้ด้วยสภาวะจิตใจที่ย่ำเเย่
ที่ราม 2.88 ไม่ถึง 3ก็ จิง เเต่ชั้นก็ใช้เวลาในขณะที่เพื่อนปิดเทอมไปเเล้วชั้นก็ยังต้องมาอ่าน
หนังสือ เเละพยายามไปสอบ ซึ่งไกลมาก ไม่ได้เข้าเรียนได้เกรดขนาดนี้ก็ถือว่า สวยคะ
ชีวิตเริ่มให้กำลังใจกับชั้นเเล้วละ ชั้นได้เเต่หวังว่าชั้นจะทำตามฝันได้สำเร็จสักทีนะ
ในที่สุด สติก็กลายเป็นทั้งเพื่อน ทั้งความรักของชั้น ชั้นต้องรักมันให้มากๆ
จะได้ไม่ทำอะไรพลาดอีก อย่างน้อยที่สุด ชั้นเคยดันทุรังกะเรื่องของความรัก
ชั้นยินดีที่จะใช้คำว่า ดันทุรัง คะ ชั้นภูมิใจเสียด้วยซ้ำเเล้วไม่เห็นว่ามันจะเป็นคำในเเง่ร้ายตรงไหน
เพราะดันทุรัง มันคือการพยายามอย่างที่สุดไขว้คว้า ในสิ่งที่ตัวเองต้องการมากที่สุดเเต่มันกลับล้มเหลว
แต่ใจความมันอยู่ที่ ความพยายามอย่างที่สุด ที่สุดนั้นขีดจำกัดหลายคนอาจจะประเมินค่าต่างกัน
ไม่ว่าใครจะประเมินค่าอย่างไร ชั้นก็ภูมิใจที่ได้พยายามกับความรักนั้นเเล้ว...จากที่สุดของชนิ
พอย้อนไปคิดหลายๆเรื่องนี้
@Samed